วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2555

Shame ความใคร่ เอาไม่อยู่

Shame ความใคร่... เอาไม่อยู่




Shame เป็นหนังที่เล่าเรื่องราวของเบรนดอน (Michael Fassbender) ผู้ชายติดเซ็กส์ที่ต้องซื้อบริการทางเพศ หาผู้หญิงตามผับ มีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับสาวๆ ดูเว็บโป๊ออนไลน์ทุกเวลาไม่ว่าจะเป็นระหว่างทำงาน หลังเลิกงานเพื่อสำเร็จความใคร่ของตนเอง เป็นคนที่ติดเซ็กส์ขั้นรุนแรง

และเมื่อน้องสาวเบรนดอน ซิสซี่ (Carey Mulligan) มาขออาศัยอยู่กับเขา มันเป็นสิ่งทำให้ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนไป เขารู้สึกอึดอัดกับการที่ต้องอยู่ร่วมกับน้องสาว เพราะไม่สามารถทำอะไรได้อย่างเคย แถมน้องสาวตัวเองยังพาเจ้านายของเขามานอนด้วยที่คอนโดของเบรนดอนด้วย นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาอึดอัดใจ ต้องเก็บเอาไว้ และระเบิดความโมโหใส่น้องเวลาต่อมา 

ท่ามกลางความใคร่ เขาก็อย่างจะสานสัมพันธ์ที่ดีหรือยั้งยืนต่อหญิงสาวคนอื่น เขาพยายามออกเดทกับเพื่อนที่ทำงาน ซึ่งการเดทครั้งแรกของเขาเป็นไปได้ดี ไม่มีความใครมาเกี่ยวข้อง แต่หลังจากนั้นความรู้สึกของเขาต่อเธอก็เป็นความใคร่ที่เหมือนกับหญิงสาวทั่วๆไป


เบรนดอนสามารถเอาชนะความใคร่ได้ เขาไม่ได้มีเซ็กส์กับเธอ สาเหตุเป็นเพราะเธอทำงานเดียวกันกับเขานั่นเอง

จึงสรุปได้ว่าเบรนดอนจะมีความสัมพันธ์กับคนที่ไม่ได้อยู่ร่วมในสังคมกับเขาเท่านั้น


You are a weight on me! เธอเป็นตัวถ่วงฉัน!

ความสัมพันธ์ระหว่างพี่ชายและน้องสาวคู่นี้จะเห็นได้ว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ซิสซี่เป็นคนที่โหยหาความรักสังเกตได้จากตอนที่คุยโทรศัพท์กับแฟน เธอแสดงให้เห็นว่าไม่สามารถขาดแฟนได้ และหลายๆฉากที่แสดงให้เห็นว่าเธอต้องการความรักจากพี่ เช่นเข้ามากอดเบรนดอนจนโดนเขาไล่ออกจากห้อง ส่วนพี่ชายนั้นเป็นคนที่ต้องการใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว แม้เขาต้องการความรักอยู่บ้างก็ตาม แต่เขาไม่ได้โหยหาความรักอย่างรุนแรงเช่นซิสซี่ ในปัญหาเหล่านี้ ทั้งสองก็ยังมีความเป็นห่วงเจืออยู่ในใจทั้งสองคน แต่การที่เบรนดอนได้ด่าทอใส่ซิสซี่นั้น ทำให้เธอต้องคิดฆ่าตัวตาย




สุดท้ายเบรนดอนเองจึงเป็นคนที่ทุกข์ทรมานใจ เห็นได้จากการที่เขาร้องไห้ท่ามกลางสายฝนด้วยความเจ็บปวด เขามีความละอายใจที่เจ้านายรู้ว่าเขาติดเซ็กส์เพราะเจอเว็บโป๊ในฮาร์ดไดร์ฟของเขา ละอายใจน้องสาวตัวเองที่เห็นเขาช่วยตัวเองในห้องน้ำ ซึ่งเบรนดอนไม่สามารถหลีกหนีความละอายใจเหล่านี้ไปได้

ด้านการแสดงของ Michael Fassbender นับได้ว่าเป็นการแสดงที่ยอดเยี่มม มีพลังในการแสดงอย่างน่าทึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าทำไมออสการ์ถึงไม่ให้เขาเข้าชิง best actor ซึ่งตัวผมคิดว่าเขาแสดงได้ดีกว่า Gary Oldman ในเรื่อง Tinker Tailor Soldier Spy เสียด้วยซ้ำ Fassbender สามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ฟังซิสซี่ร้องเพลงในบาร์ เขาสามารถถ่ายทอดความโกรธ ชิงชังออกมาอย่างดีเยี่ยม และฉากร้องไห้ท่ามกลางสายฝันก็เป็นอีกฉากที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอังเหลือล้น

นอกจาก Fassbender แล้วต้องชม ซิสซี่ Carey Mulligan ที่แสดงได้ดีไม่แพ้กัน สามารถถ่ายทอดอารมณ์เศร้าผ่านบทเพลง New York , new York  ได้มีพลัง

ท้ายสุดหนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าคนที่ควรละอายใจ (Shame) นั้นไม่ใช่ตัวเบรนดอนเพียงคนเดียว แต่ร่วมไปถึงตัวน้องสาวของเขาที่มีสัมพันธ์กับเจ้านายเบรนดอน และเจ้านายเบรนดอนด้วย รวมไปถึงผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขาด้วย


อัตราความน่าดู
8.5/10


trailer, youtube

Shame (2011) Soundtrack - New York, New York "Theme" (youtube)

3 ความคิดเห็น:

  1. จริงๆ แล้ว ตัวพระเอกน่าจะเป็นตัวแทนของคนเมืองสมัยใหม่ (ในหนังใช้พื้นหลังเป็นนิวยอร์ค) ทุกคนต่างรู้จักกันอย่างฉาบฉวย นั่งมองกันในรถไฟใต้ดินก้สามารถที่จะหลับนอนด้วยกันได้ ไม่จำเป็นต้องมีความรัก สาวในอินเตอร์เน็ตบอกว่ารู้ทุกอย่างว่าเบรนดอนชอบอะไร ขณะที่เหินห่างจากคนรอบข้าง น้องสาวเป็นเหมือนเด็กบ้านนอกเข้ากรุง โหยหาความรัก ในซีนที่มีอะไรกับเจ้านายพระเอก ดูจะคล้ายเด็กบบ้านนอกเข้าเมืองแล้วถูกคนกรุงเทพหลอก ดูให้ดีว่าหลังจากนั้น ซิสซี่ ก็พยายามติดต่อฝ่ายชาย แต่เป็นฝ่ายชายที่ยุติความสัมพันธ์ พระเอกไม่น่าจะละอายใจเรื่องเจ้านายรู้เรื่องหนังโป๊ในอาร์ดดิสก์หรอก แต่หนังมันต้องการให้เห็นว่า เจ้านายมันด่าเรื่องหนังโป๊ในฮาร์ดดิสก์ แต่ีตัวเจ้านายนอนกะน้องสาวลูกน้องนอกใจเมีย คุยกะลูกในขะที่เรียกพี่ชายของผู้หญิงที่ตัวเองนอนด้วยเมื่อคืนเข้ามาพบ มันเป็นการข่มว่า "รู้นะว่าใครเป็นเจ้านาย" เพราะก่อนหน้านี้ ทั้งคู่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนสนิทกันมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง เรื่องซิสซี่นอนกับเจ้านายก็เหมือนกัน ในฉากบนรถไฟ ผู้หญิงคนแรกที่พระเอกเดินตามก็แต่งงานแล้ว ก็ยังเดินตามเค้า ไม่ได้คิดเลยว่า ผู้หญิงคนนั้นมีสามีแล้ว แต่พอน้องสาวมันโดนเจ้านายทำแบบนี้บ้าง กลับไม่พอใจ ถามซิสซี่ว่ารู้รึเปล่าว่าเค้ามีเมียแล้ว ตรงนี่ต่างหากที่น่าจะเป็นที่มาของ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นนะครับ

      ลบ
  2. คนที่โหยหาความรัก มักจะเป็นพวกหัวศิลป์
    คนที่ไม่โหยหา แต่รักความสุขตัวเอง มักจะเป็นพวกหัวเก่ง

    ตอบลบ